วันพุธที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2560

อาวุโสโอเค!! วงอังกะลุง สว.พันปี เล่นเพลงค่าน้ำนม ได้เยี่ยมยอด


อาวุโสก็ยังโอเค มีดนตรีในหัวใจ เปิดตัววงอังกะลุง สว. ผู้สูงวัยปากน้ำแหลมสิงห์เมืองจันท์ อายุรวมกันกว่าพันปี ร่วมกิจกรรมวันแม่ บรรเลงเพลงค่าน้ำนม ประสานนเสียงขับร้องไม่ผิดเพี้ยน อย่างสุดทึ่ง แม้ซ้อมมาแค่เพียง 6 วัน


เมื่อวันที่ 11 ส.ค. นายวีระ สุขจิตร นายกเทศบาลตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี ได้เปิดตัว วงอังกะลุง ของชมรมผู้สูงอายุ ปากน้ำแหลมสิงห์ ที่ผู้สูงอายุทั้งวงมีอายุรวมกันกว่า 1,000 ปี โดยจะร่วมกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2560 ซึ่งทางเทศบาลฯ ได้จัดขึ้น เปิดโอกาสให้นักเรียนระดับชั้นอนุบาลได้แสดงความกตัญญู ต่อผู้ปกครอง นำพวงมาลัยดอกมะลิ มามอบให้กับแม่ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกเยาชน ให้รู้จักคุณค่าน้ำนม และแสดงความรักต่อแม่ผู้มีพระคุณซึ่งเป็นเป็นผู้ให้กำเนิด สำหรับการเปิดตัว วงอังกะลุง ของชมรมผู้สูงอายุ ในครั้งนี้ ได้สร้างความฮือฮา ด้วยการร่วมกันบรรเลงเพลงค่าน้ำนม สร้างบรรยากาศในวันแม่แห่งชาติ ถึงแม้ว่าจะเพิ่งเรียนรู้ และร่วมฝึกซ้อมเล่นอังกะลุง ได้เพียง 6 วันก็ตาม แต่สามารถบรรเลงบทเพลง พร้อมประสานเสียงขับร้องแต่ละเพลง ได้อย่างไม่มีติดขัด และผิดเพี้ยน แม้จะมีเรื่องของปัญหาสายตาเป็นอุปสรรคก็ตาม


ด้านนายวีระ กล่าวว่า ชื่อที่มาของวงอย่างเป็นทางการยังไม่ชัดเจน แต่วงอังกะลุง 1,000 ปี มาจากตัวเลขอายุของสมาชิกในวง จำนวน 35 คน รวมกันก็มากกว่า 1,000 ปี ส่วนที่มาที่ไป ของการรวมตัวก่อตั้งเป็นวงอังกะลุงของผู้สูงอายุ เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุของเทศบาลตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ ที่ได้จัดขึ้นเพื่อเป็นการสนองนโยบายของภาครัฐ โดยในส่วนของเทศบาลได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้สูงวัย โดยมีหน่วยงาน เช่น พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.จันทบุรี ร่วมเป็นพี่เลี้ยงในเรื่องผู้สูงอายุ ที่ปัจจุบันอยู่ในความดูแลกว่า 1,800 คน เริ่มต้นจากการจัดตั้งเป็นชมรม โดยการเชิญผู้สูงอายุมาร่วมทำกิจกรรมในแต่ละเดือน ทั้งการรวมกลุ่ม การประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกิจกรรมนันทนาการ พัฒนาฝึกจิตใจ สมอง และสุขภาพร่างกาย


ส่วนการรวมตัวตั้งวง ร่วมเรียนรู้การเล่นอังกะลุง เนื่องจากเห็นว่า อังกะลุง เป็นดนตรีไทย ที่มีความนิยมค่อนข้างแพร่หลาย และมีประโยชน์ต่อการเสริมสร้างสุขภาพ ทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อให้ผู้สูงอายุ มีสภาพจิตใจที่ร่าเริง แจ่มใส ซึ่งเป็นที่มาของการปลอดโรค ปลอดภัย เพราะได้มีการขยับอวัยวะในส่วนต่างๆ เพื่อเป็นการบริหารร่างกายไปในตัว ทั้ง แขน หัวไหล่ ศอก ข้อมือ และยังเป็นการฝึก สมาธิ ความจำ และความอดทนอีกทางหนึ่งด้วย
ขอบคุณที่มาจากไทยรัฐ